6 สิ่งที่ไม่ควรทานคู่กับยาเด็ดขาด

0
363

ห้ามกินกับยา

คนเราอาจจะชอบมองข้ามเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างวิธีกินยาหลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่ามีน้ำบางชนิดที่ไม่ควรทานคู่กับยาเพราะมันอาจจะส่งผลร้ายต่อร่างกายเราหรือว่าอาจจะไปขัดขวางการออกฤทธิ์ของยาหรือถ้าถึงร้ายแรงก็อาจจะถึงขั้นที่เสียชีวิตได้  ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย รู้ไว้ดีกว่าแก้คะ

1. นม เนื่องจากมีโปรตีนชนิดหนึ่งที่หากว่าดื่มเข้าไปมันจะไปช่วยเคลือบกระเพาะอาหารนั่นหมายความว่าอาจจะไปขัดขวางการดูดซึมของตัวยาทำให้ออกฤทธิ์ได้ไม่ดีและแคลเซียมที่มีอยู่ในนมก็ยังส่งผลโดยตรงกับการดูดซึมของตัวยาอีกด้วย ยิ่งเป็นจำพวกของยาฆ่าเชื้อ ยาปฏิชีวนะเนื่องจากว่าแคลเซียมจะเข้าไปจับตัวยาทำให้ไม่สามารถเข้าไปถึงพื้นที่ ๆ เราจะรักษาได้ อีกชนิดหนึ่งก็คือ กินยาลดกรดกับนมด้วย

นม

2. น้ำอัดลม เนื่องจากว่าในน้ำอัดลมจะมีกรดและคาเฟอีน ยิ่งถ้าเป็นโรคกระเพาถ้ากินยาลดกรดคู่กับน้ำอัดลมซึ่งมันอาจจะทำให้ตัวยาไปช่วยลดกรดในกระเพาะได้

 

น้ำอัดลม

3. กาแฟ ยิ่งถ้าเป็นการกินแคลเซียมคู่กับกาแฟแล้วล่ะก็เรียกได้ว่ากินไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร เสียไปฟรี ๆ เนื่องจากว่ากาแฟจะมีฤทธิ์ที่สามารถขับแคลเซียมออกจากร่างกายและอีกอย่างหนึ่งคือ ไม่ควรกินกาแฟคู่กับยาที่รักษาอาการหวัดหรือจำพวกยาขยายหลอดลมหากว่าทานคู่กันจะทำให้เกิดอาการหัวใจเต้นเร็วและเป็นอันตรายได้ยิ่งถ้าคนที่เป็นโรคหัวใจด้วยยิ่งต้องระวังให้มาก

กาแฟ

4. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ไม่ควรทานคู่กับยาอย่างยิ่งเพราะมันส่งผลร้ายต่อร่างกายแน่นอนและในแอลกอฮอล์ออกฤทธิ์กดประสาทยิ่งคนที่กินยาเช่น ยานอนหลับหรือยาแก้แพ้ ยิ่งต้องห้ามเพราะถ้าทานคู่กันมันจะยิ่งไปช่วยเรื่องการออกฤทธิ์กดประสาทที่อาจจะทำให้ง่วง ถ้าขั้นหนักก็จะเสียชีวิตได้

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

5. น้ำผลไม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น น้ำมะนาว น้ำส้ม เป็นต้นไม่ควรทานคูกับยาลดกรดถ้ายิ่งคนที่เป็นโรคกระเพาะต้องทานยาลดกรดมันจะเป็นตัวที่ส่งผลทำให้ร่างกายเกิดการหลั่งกรดที่มากจนเกินไปฉะนั้นถ้าทานน้ำผลไม้ที่มีกรดเข้าไปอีกจะยิ่งทำให้ตัวยาต้านเอาไว้ไม่ไหว

น้ําผลไม้

6. เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน เช่น โกโก้ เครื่องดื่มชูกำลัง ห้ามทานคู่กับยาขยายหลอดลมอาจทำให้หัวใจเต้นเร็วและเต้นผิดจังหวะขึ้นมาได้

เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน

ทั้งนี้การกินยาคู่กับน้ำเปล่าก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดเนื่องจากว่าน้ำเปล่าจะสามารถทำให้ตัวยาละลายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั่นเองคะ

เครดิตภาพ : kapook , sanook , Posttoday , thaihealth 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here